กลุ่มทีม A-Le’ Paint (เอ-เลอ-เพนท์) เป็นทีมสอนความถนัดทางสถาปัตยกรรม
ซึ่งเริ่มต้นจากการรวมตัวกันของ พี่นัน-นันทวัชร์ ชัยมโนนาถ และ
พี่เอก-เอกรัตน์ วรินทรา ตั้งแต่ ปี 2547 ด้วยปณิธาณที่เรายึดถือเสมอมาว่า เราสอนด้วยความตั้งใจ และรักในสถาปัตยกรรมและต้องการพัฒนาคุณภาพ ของวิชาชีพสถาปัตยกรรมให้มี มาตรฐานที่สูงยิ่งๆ ขึ้นไป

เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า คุณภาพของทีมเป็นสิ่งสำคัญ การเรียนการสอนของที่นี่จึงเน้นทีม ที่มีความชำนาญเฉพาะทางดูแลน้องๆ ทุกคน เป็นเพื่อน เป็นพี่ที่ให้คำปรึกษาได้ทุกๆ ปัญหา โดย
และจุดประสงค์ของการสร้าง Website นี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะเป็นบ้านเล็กๆ ของเราเหล่าชุมชน A-Le’ Paint ชุมชนเล็กๆ ที่เราจะแบ่งปัน ความรู้ทางการออกแบบ, ประสบการณ์ และเกาะติดข่าวคราว ในแวดวงสถาปัตกรรมเป็นหลัก และหากว่าใครเพิ่งเปิดเข้ามาเจอ Website นี้ เราก็ขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่บ้าน A-Le’ Paint แห่งนี้ครับ น้องๆ สามารถสมัคร และเข้ารวมพูดคุย แสดงความคิดเห็นกันได้ตามอัธยาศัย หรือหากต้องการส่งงาน เพื่อให้วิจารณ์และแก้ไข เราก็เต็มใจ และยินดีให้คำแนะนำ แก่ทุกคนอย่างเต็มที่ครับ

ยินดีต้อนรับสู่บ้าน เอ-เลอ-เพนท์ (บ้านช้างน้อย) ครับ
พี่ๆ ทีมงาน


  • อยู่ ม.6 ค่ะตอนนี้มาแลกเปลี่ยนต่างประเทศชอบวาดรูปมานาน แต่พึ่งมารู้ตัวว่าสนใจสถาปัตย์ อยากเข้าสาขาออกแบบภายในจุฬา ไม่มีพื้นด้านความสถาปัตย์เลยค่ะ จะถึงไทยต้นกรกฎา จะทันไหมคะ? หรือหนูจะเข้าคณะอื่นก่อนแล้วซิ่วมาดี? [โดย : พัทธนันท์ ปัญจนันท วันที่ : 03-06-2017 ]
  • ทันครับ ทันแน่นอน ถ้าเกิดว่าถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ เดือนกรกฎาคม สามาร๔โทรเข้ามาที่เบอร์สถาบนัน 086-019-9989 ได้เลยนะครับ พี่ๆที่นี่เตรียมพร้อม Stand by เตรียมลุยเลยครับ
  • หลานสาวกำลังจะขึ้นมอ 4 ครับ อยากเรียนต่อสถาปัด ถ้าติวตอนนี้จะเร็วไปไหม หรือสามารถที่จะติวได้เลย และตอนนี้ทางสถาบันมีเปิดสอนไหม เต็มหรือยังครับ [โดย : นนทวัฒน์ ลพอุทัย วันที่ : 27-05-2017 ]
  • เรียนได้เลยไม่ได้เร็วไปครับ
    ศาสตร์ด้านนนี้ ยิ่งเริ่มเร็ว งานยิ่งง่ายครับ

    ส่วน Course ที่กำลังจะเปิด ดังนี้ครับ

    ติวความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์- พฤษภาคม 2560.
    ทั้งการสอบตรง,โควต้าและ PAT4
    เริ่มต้นเรียนทุกวันเสาร์และอาทิตย์
    เริ่มต้น 28 พฤษภาคม 2560. นี้

    โดยที่ตารางเรียนคอร์สพื้นฐาน
    ราคาคอร์สละ 3600 บาท ต่อการเรียน 36 ชั่วโมง
    (เรียนทุกๆวันอาทิตย์)
    ตาราง Basic Course ของ Course เดือนพฤษภาคม 2560.
    ครั้งที่1 วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่2 วันอาทิตย์ที่ 04 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่3 วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่4 วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่5 วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่6 วันอาทิตย์ที่ 02 กรกฎาคม 2560. 10.00-17.00


    ซึ่งพอเรียนจบคอร์สดังกล่าวแล้ว น้องๆสามารถเลือกเรียน
    คอร์ส Advance ได้ต่อเนื่องเลยทันที ในวันและเวลาเดียวกัน
    โดยที่ราคาค่าเรียนเท่ากันคือ 3600 บาทต่อการเรียน 36ชั่วโมงครับ
    โดยชำระพร้อมกันทั้งห้อง
    ถ้าเกิดว่าขาดเรียนครั้งไหน สามารถหาวันลงชดเชยได้เพื่อตามเนื้อหาเพื่อนๆได้ทัน

    ทางเราจะรับจองเฉพาะน้องที่ชำระเงิน 3600 บาทแรกเท่านั้นครับ
    เพื่อเป็นการยืนยันว่า อยากเรียนจริงๆ เพราะที่นั่งเรามีจำกัด
    ส่วนวิธีการชำระเงิน
    มี 2 ทางครับ คือเดินมาชำระเงินสดที่สถาบันได้เลย หรือ
    โดยการโอนบัญชีทางธนาคาร
    บัญชีใดก็ได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาสำนักพหลโยธิน
    บัญชีออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี : นายเอกรัตน์ วรินทรา และ นาย นันทวัชร์ ชัยมโนนาถ
    เลขที่บัญชี : 799-2-72551-2

    โดยกรณีที่ชำระเงินทางธนาคาร รบกวนถ่ายรูปใบเสร็จ
    หรือแคปหน้าจอ หลักฐานการโอนเงินเข้ามาที่ Line id: alepaint
    จากนั้นพิมพ์ ชื่อ นามสกุล พร้อมกับเบอร์โทรประกอบการจอง
    เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

    อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนที่นี่ใช้แค่ ดินสอ2B พร้อมกระดาษA4 ประมาณ20แผ่นครับ
    ส่วนเรื่องของสี หรือว่าอุปกรณ์ในการเรียนต่างๆที่มากกว่านั้น
    อันนี้เดี๋ยวเรียนๆไปแล้วพี่จะแนะนำให้ค่อยๆซื้อเป็นรายๆไปนะครับ
    เพราะจะได้ซื้อที่ตรงกับที่จะเรียนจริงๆครับ

    ขอบคุณครับ

    A Le Paint :)
  • พี่คะ ตอนนี้หนูกำลังขึ้นชั้นม.4 และพึ่งรู้ตัวว่ามีความชอบความถนัดด้านศิลปะ หนูอยากเรียนสถาปัตย์ แต่ไม่ค่อยเก่งพวกวิชาคณิต ฟิสิกส์ หนูควรเตรียมตัวยังไงบ้างคะ [โดย : อิศราภรณ์ เทเวศ วันที่ : 09-04-2017 ]
  • ไม่ต้องซีเรียสไปครับ เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้วคนที่เข้าคณะนี้ก็ไม่ได้เก่งวิชาการพวกนี้มากมายหรอกครับ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องเรียนเพื่อให้มันรู้บ้างน่ะครับ แต่ถ้าเกิดว่าเก่งได้ก็จะยิ่งดีน่ะครับ ยิ่งเก่งคะแนนก็ยิ่งเยอะ มันก็เลยมีผลกับการสอบน่ะครับ เพียงแต่ว่าเราอาจจะไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เอาเท่าที่ได้ครับ ไ่ต้องกลัว
  • คณะสถาปัตยกรรม ต้องใช้วิชาอะไรไปสอบบ้างค่ะ [โดย : Yossda วันที่ : 18-03-2017 ]
  • หลักๆเลยก็จะเป็น เลข, ฟิสิกส์ และอังกฤษครับ ถ้าเป็นส่วนวิชาการนะครับ ที่เหลือก็เป็นวิชาความถนัดทางสถาปัตย์ครับ
  • พี่คะ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ม.1จะขึ้นม.2 หนูอยากลงเรียนคอร์สติวสถาปัตย์เพราะหนูชอบทางด้านนี้มากแต่ไม่รู้ว่ามันจะเร็วไปรึป่าวที่จะเรียน เพราะหนูไม่มั่นใจว่าถ้าเรียนแล้วจะไปรอดป่าว [โดย : ณิชาภา วันที่ : 24-02-2017 ]
  • ไม่มีคำว่าเร็วไป หรือว่าช้าไปหรอกครับ ถ้าเกิดว่าคิดว่าใช่แล้วลุยได้เลยครับ ตอนนี้ที่ A Le Paint มีน้องๆ ม2 มาเริ่มเรียนอยู่หลายคนแล้วครับ ยิ่งรู้ตัวเร็วยิ่งเก่งขึ้นครับ ลุยได้เลยครับ เจอกัน 11 มีนาคม นี้ได้เลยครับ :)
  • พี่ค่ะคือหนูเรียนม.5จะขึ้นม.เทอมหน้าแล้วอ่ะค่ะ อยากจะสอบถามว่าถ้าไปเรียนจะทันมั้ยค้า แล้วคือหนูไม่มีพื้นฐานเลย [โดย : สกุลกาญจน์ มณีแจ่มใส วันที่ : 23-02-2017 ]
  • ทันครับ เพราะ Summer Course ที่ๆนี่กำลังจเปิดนั้น พี่เน้นสอนตั้งวแต่พื้นฐานครับ ม5 ลุยได้เลยครับ

    ติวความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ Summer 2017.
    ทั้งการสอบตรง,โควต้าและ PAT4
    เริ่มต้นเรียนทุกวันเสาร์และอาทิตย์
    เริ่มต้น 11 มีนาคม 2560. นี้

    โดยที่ตารางเรียนคอร์สพื้นฐาน
    ราคาคอร์สละ 3600 บาท ต่อการเรียน 36 ชั่วโมง
    ตาราง Basic Course ของ Course เดือนมีนาคม 2560.
    ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 5 วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 6 วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560. 10.00-17.00


    ซึ่งพอเรียนจบคอร์สดังกล่าวแล้ว น้องๆสามารถเลือกเรียน
    คอร์ส Advance ได้ต่อเนื่องเลยทันที ในวันและเวลาเดียวกัน
    โดยที่ราคาค่าเรียนเท่ากันคือ 3600 บาทต่อการเรียน 36ชั่วโมงครับ

    ทางเราจะรับจองเฉพาะน้องที่ชำระเงิน 3600 บาทแรกเท่านั้นครับ
    เพื่อเป็นการยืนยันว่า อยากเรียนจริงๆ เพราะที่นั่งเรามีจำกัด
    ส่วนวิธีการชำระเงิน
    มี 2 ทางครับ คือเดินมาชำระเงินสดที่สถาบันได้เลย หรือ
    โดยการโอนบัญชีทางธนาคาร
    บัญชีใดก็ได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาสำนักพหลโยธิน
    บัญชีออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี : นายเอกรัตน์ วรินทรา และ นาย นันทวัชร์ ชัยมโนนาถ
    เลขที่บัญชี : 799-2-72551-2

    โดยกรณีที่ชำระเงินทางธนาคาร รบกวนถ่ายรูปใบเสร็จ
    หรือแคปหน้าจอ หลักฐานการโอนเงินเข้ามาที่ Line id: alepaint
    จากนั้นพิมพ์ ชื่อ นามสกุล พร้อมกับเบอร์โทรประกอบการจอง
    เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

    อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนที่นี่ใช้แค่ ดินสอ2B พร้อมกระดาษA4 ประมาณ20แผ่นครับ ส่วนเรื่องของสี หรือว่าอุปกรณ์ในการเรียนต่างๆที่มากกว่านั้น อันนี้เดี๋ยวเรียนๆไปแล้วพี่จะแนะนำให้ค่อยๆซื้อเป็นรายๆไปนะครับ เพราะจะได้ซื้อที่ตรงกับที่จะเรียนจริงๆครับ

    A Le Paint :)

  • ลูกชายขึ้นม.4 ปีนี้ เขาตั้งใจอยากเรียนสถาปัตย์ แต่ตอนนี้เรียนอยู่ที่ต่างจังหวัด (ตรัง) สนใจอยากมาเรียนตอนปิดเทอมที่นี่มาก ไม่ทราบว่าพอจะมีช่วงเวลา มาสมัครเรียน ช่วงไหนบ้างครับ [โดย : วิสาร ชุมนูรักษ์ วันที่ : 22-02-2017 ]
  • ถ้าเป็นต่างจังหวัดเลย มีอยู่ 2 กรณีครับคือ
    1. เรียนตาม Summer Course ที่ทางสถาบันวางไว้คือ เรียนทุกวันเสาร์ อาทิตย์ 10.00-17.00
    โดยจะเริ่มเรียนวันที่ 11 มีนาคม 2560. เป็นต้นไปครับ

    2.มีเวลาจำกัด โดยที่อยากเรียนมากกว่า 2 วันต่ออาทิตย์
    อันนี้สามารถโทรเข้ามาบอกความตั้งใจว่าจะเข้ามาช่วงเวลาไหน
    และมีเวลาถึงเท่าไหร่ อยากเรียนชนิดที่เรียกว่าอัดๆเลยรึเปล่าครับ
    ก็สามารถกำหนดวันเรียนแบบหนักได้ด้วยตัวเองครับ
    (สามารถโทรเข้ามาสอบถามได้ที่ 081-849-1044 ครับ

    ทางสถาบันพร้อมที่จะพยายามสอนตามเวลาที่น้องมีให้ได้มากที่สุดครับ

    ขอบคุณครับ
  • ลูกสาวเพื่งอยู่ ม.2 ของโรงเรียนอินเตอร์ สนใจอยากเรียนทางด้านสถาปัตหรือมัณฑนศิลป์ อยากขอคำแนะนำในการเตรียมตัวหรือการเริ่มต้นในขณะนี้ค่ะ แล้วถ้าสมัครเรียน Course ที่นี่จะเหมาะกับเขามั๋ยคะ ขอคำแนะนำด้วยค่ะ [โดย : ปวริศา วงศ์เพสย์วิเชียร วันที่ : 22-01-2017 ]
  • ถ้าเป็นของมัณฑนศิลป์เลย สามารถเริ่มเรียนได้ต่างหากแยกออกมาเลยก็ได้ครับ ตามความต้องการถ้าเกิดว่าน้องต้องการเรยนทันทีเลย ก็สามารถมาลงเรียนเริ่มต้นได้ตลอดเวลาเลยครับ เพราะว่าสำหรับมัณฑนศิลป์นั้น อาจจะต้องเริ่มต้นจากการ “วาดเส้น”(Drawing) ก่อนน่ะครับ เพื่อเป็นพืนฐาน ซึ่งจะต่างจากการเรียนสถาปัตย์ที่ไม่ต้องก็ได้

    ถ้าสนใจยังไง สามารถเข้ามาดูบรรยากาศได้ตลอดเสาร์ อาทิตย์ได้เลยนะครับ โดยอาจจะมาคุยกับทีมพี่ที่สอน เพื่อปรึกษาข้อมูลการเตรียมตัวต่างๆได้ครับ หรือกรณีที่ไม่สะดวกเข้ามาสามารถโทรคุยปรึกษาได้ที่ 081-849-1044 หรือ 086-019-9989 ได้ตลอดเวลาครับ
  • พี่คะ pat4 หนูน้อยมากได้ 145 แต่ตอนนี้คิดว่าน่าจะติดโควต้าเรียนดีมข. สถาปัตหลักแล้ว หนูควรรอแอดแล้วสอบgatpat รอบสอง หนือควรยื่นรับตรงมข.เลยดีคะ [โดย : lin วันที่ : 15-12-2016 ]
  • ดูจากรูปทรงแล้ว น้องน่าจะเป็นคนที่น่าจะอยากสู้ต่อครับ เพียงแต่ว่ามันมีอะไรบางอย่างที่บอกว่า น้องไม่มั่นใจแล้วล่ะครับว่า ทางเดินต่อไปนั้นจะเป็นอย่างไร จริงๆแล้ว เราควรจะหยุด หรือว่าจะเดินต่อไป อะไรประมาณนั้นน่ะครับ พี่เข้าใจดีครับ เวลาที่เราตั้งใจและพยายามอะไรบางอย่างแล้ว ผลที่ออกมามันไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ แล้วเราเองก็ไม่อยากผิดหวัง มันเลยลังเลครับว่า เราควรจะตอบตกลงเอามหาลัยที่เขารับเราเลยหรือว่าจะเดินสู้ต่อไปดี

    ถ้าเกิดว่าเราเอาไปเลย ทุกอย่างมันก็ง่ายดายไปเลย แบบว่าจบไปเลย แต่เชื่อไหมครับว่า มันจะมีเสียงกระซิบอะไรบางอย่าง บอกว่าจริงๆแล้ว ที่นี่อาจจะยังไม่ได้เป็นที่ๆเราต้องการอย่างจริงๆก็ได้ แล้วถ้าเกิดว่าเรายอมแพ้กับความพยายามที่จะเดินไปต่อแล้ว เรียกได้ว่าเอาสิ่งที่มากองอยู่ตรงหน้าเอาไว้ก่อนดีกว่า เอาความแน่นอนไว้ก่อนดีกว่า น่าจะดีนะ

    เชื่อไหมครับว่า มันเหมือนกับเป็นทางแยกสองทางที่มาถึง ทางแรกคือเราเอาไปเลย มันทำให้ทุกอย่างสิ้นสุดไปเลย ไม่ต้องมานั่งพยายามสอบอะไรก็แล้วแต่ต่อจากนี้ แต่อีกใจหนึ่ง พี่เชื่อครับว่ามันก็จะมีอารมณ์แบบว่า ยังไม่สุดอะไรประมาณนั้น และความที่ยังไม่สุดนี่แหละครับ น่ากลัวที่สุด!!

    ความที่ไม่สุดนี่ล่ะ มันจะเหมือนกับว่า จริงๆแล้วศักยภาพของเรายังเดินทางไปได้ต่ออีกนะ หรือว่าจริงๆแล้วเราเหนื่อยๆแล้ว เราไม่อยากมารับความกดดันต่อไปอีกแล้ว เพราะถ้าเกิดว่าจนสุดท้ายแล้วนั้น เราเดินทางไปไม่ถึงมันจะเป็นการเสียเวลาเหนื่อยเปล่ารึเปล่า แล้วสุดท้ายเราอาจจะไม่ได้อะไรกลับมาเลย

    พี่เชื่อว่าเรากำลังลังเลกับความรู้สึกนี้ ..... แน่นอนครับ เหรียญมักมี 2 ด้านเสมอ แต่ที่สำคัญคือ เวลาที่น้องเลือกทางออกในแต่ละด้านแล้ว เราต้องเคารพการตัดสินใจของเรานะครับ ว่าเป็นการตัดสินใจที่เราจะไม่เสียใจแล้วกับการเลือกในครั้งนี้

    การตัดสินใจที่ 1 : เราเลือกเอาในสิ่งที่มหาลัยตอบรับเราทันทีเลย

    อันนี้จะง่ายเลยครับ ซึ่งหลายคนก็เลือกแบบนั้น แต่ถ้าเกิดว่าน้องเลือกแบบนี้แล้ว ห้ามย้อนคิดกลับมาเด็ดขาดว่าถ้าเกิดว่าวันนั้นถ้าเราเดินต่อไป บางทีเราอาจจะได้มหาลัยที่เราต้องการในท้ายที่สุดก็ได้ เราต้องคิดเสมอว่าเราหยุดแล้ว แล้วเลือกที่นี่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว มันจะมีที่ตามมาอีกอย่างเลยคือ ช่วงที่เปิดเทอมในช่วงแรกๆนั้น พอน้องเข้าไปเรียนน่ะ เวลาที่เราเข้ามหาลัยยิ่งเป็นมหาลัยที่เราต้องไปอยู่หอพัก อยู่ไกลบ้านด้วยแล้ว มันอาจจะมีความรู้สึกไม่คุ้นชินกับที่น่ะ แล้วความรู้สึกนั้นมันเลยทำให้เกิดเป็นความแปลกที่แบบเหงาๆ ยิ่งถ้าเกิดว่ากิจกรรมรับน้องที่มหาลัยไม่ค่อยชอบด้วยแล้ว หรือเพื่อนที่เรียนอยู่ในรุ่นเดียวกัน เราเข้ากับเขาไม่ค่อยได้

    ทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่ะ มันจะรวบรวมเป็นความรู้สึกแย่ๆก้อหนึ่งครับ พอก้อนความรู้สึกนั้นมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะย้อนกลับมาคิดว่า เราจะลองสอบใหม่ดูไหม อะไรทำนองนั้น ซึ่งเท่าที่พี่เห็นก็มีอยู่หลายคนเหมือนกันครับที่ต้องมานั่งเริ่มต้นสอบกันใหม่

    ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้มันผ่านไปได้อย่างไม่ยากหรอกครับ ถ้าเรามีความอดทนพอน่ะครับ ถ้าเราสามารถอดทนจนผ่านไป 1 เทอมได้ คราวนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วครับ น้องก็จะสามารถเรียนได้อย่างสบาย แล้วก็กลายเป็นว่าเราเข้ากับสภาพแวดล้อมนั้นไปได้เลย คราวนี้จากที่เคยคิดถึงบ้าน มันจะกลายเป็นว่าเราไม่ค่อยกลับบ้านไปซะอย่างนั้นครับ



    การตัดสินใจที่ 2 : เราเลือกที่จะเดินหน้าสอบต่อ โดยที่มุ่งมั่นจะเอามหาลัยที่เราต้องการเท่านั้น

    แน่นอนครับ เสี่ยงมากได้มากครับ และน้องกำลังออกเดินทางสู่ความเสี่ยงต่อไป และพี่ก็อยากจะให้คำแนะนำครับว่า ถ้าเกิดว่าน้องเลือกทางนี้แล้ว สิ่งที่น้องต้องคำนึงถึงอย่างแรกเลยคือ น้องต้องเดินหน้ามุ่งมั่นอย่างเดียวเลย ความท้อแท้มันจะเกิดขึ้นตลอดเวลาครับ และห้ามน้องมองย้อนกลับมาด้วยครับว่าถ้าเกิดว่าน้องตัดสินใจเอา มข. ไปเลยในตอนนั้น น้องก็ไม่ต้องมานั่งเครียดหรือมานั่งลำบากในวันนี้แล้ว

    ถ้าเกิดว่าน้องคิดแล้วว่ายังไงซะ เราเองก็ต้องมองย้อนกลับมาแล้วมาเสียดายแน่นอนถ้าเกิดว่าเราพลาดโอกาสที่จะติดมหาลัยรัฐ กลายเป็นว่าถ้าเกิดท้ายที่สุดแล้วเราไม่ติดอะไรเลยสักอย่าง เราจะมานั่งเครียดเสียดายในสิ่งที่เราเลือกมา ถ้าเกิดว่าน้องเป็นคนที่คิดอย่างนี้แน่นอน พี่แนะนำครับว่าเราควรเลือกอย่างแรกไปครับ

    เพราะการเลือกในแบบหลังนั้น ต้องเด็ดเดี่ยวครับ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดแล้วเราจะได้มหาลัยที่คะแนนต่ำกว่ามข. ก็ตาม แต่น้องจะไม่เสียใจเลยเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมามันเหมือนกับว่าเป็นช่วงเวลาที่น้องได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้เพิ่มขึ้นมาโดยตลอด ให้มองที่ตัวของนน้องเองว่าพัฒนาตัวเองเพิ่มมากขึ้นครับ แล้วมหาลัยไหนได้เราไป ถือว่าโชคดี เพราะเราจะใช้ความพยายามของเราในวันนี้ พัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆในอนาคตครับ

    ถ้าเกิดว่าเราคิดได้แบบนี้ให้เดินหน้าลุยในการสอบที่เหลืออยู่เลยครับ แล้วพยายามเอาความเครียดทิ้งไปให้หมดครับ คิดซะว่าเดินหน้าเรียนเพื่อความสนุก เพื่อการทำทุกวันให้ดีที่สุดครับ พอเราเริ่มเปลี่ยนทัศนคติที่ตัวเราเอง ทุกวันที่เราเรียน ทุกวันจะสนุกไปกับสิ่งที่เราพยายามครับ ขอให้น้องโชคดีครับ
  • ตอนนี้หนูอยู่ม.3ค่ะ พี่คิดว่าหนูควรเรียนสายไหนดีคะ
    มหาลัยส่วนใหญ่รับสายอะไร หรือว่าใช้คะแนนวิชาพวกวิทย์ๆในรร.มั้ยคะ
    คือตอนนี้ดูๆ สถาปัตย์ผังเมืองอยู่ค่ะ
    ฟิสิกส์ที่เรียนในโรงเรียนธรรมดาๆ มันจะพอใช้สอบได้มั้ยคะ พวก 9 วิชาสามัญ
    แล้วระบบเอนทรานซ์ใหม่นี่จะมีผลยังไงบ้างคะ [โดย : Banana วันที่ : 06-12-2016 ]

  • ถ้าถามพี่ว่าควรเรียนสายการเรียนไหนดีที่สุด ตอบได้เลยครับว่า “สายวิทย์” แน่นอน เพราะเอาง่ายๆครับ สถาปัตย์พอมันมีวิชาฟิสิกส์เข้ามาเป็นเงื่อนไขในการสอบ แน่นอนว่าการเรียนอยู่สายวิทย์นั้นดูจะปลอดภัยที่สุดเป็นเรื่องธรรมดาครับ ถ้าเกิดว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงอะไร และมีจุดหมายที่แน่นอนแล้วล่ะก็ สายวิทย์ปลอดภัยสุดครับ

    แต่เอาเข้าจริงๆนะครับ น้องหลายคนมักจะถามพี่ว่า อยู่สายการเรียนไหน จะเหมาะกับการเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่สุด สำหรับพี่แล้ว พี่ว่าน่าจะเป็น “สายศิลป์คำนวณ” อยู่ดีครับ ถ้ากี่ครั้งก็ยังน่าจะเป็นคำตอบนี้อยู่ แต่พี่อาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมนิดนึงคือ อาจจะต้องเป็นศิลป์คำนวณที่เรียนวิชาฟิสิกส์เพิ่มเติมเข้าไปหน่อยครับ

    จริงๆแล้ววิชาฟิสิกส์ที่จำเป็นและมักจะใช้กับสายวิชาชีพของการออกแบบก็น่าจะเป็นเรื่องของกลศาสตร์ครับ ส่วนเรื่องถัดมาอาจจะเป็นไฟฟ้า แต่จริงๆแล้วก็ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่หรอก ส่วนบทอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวกับที่พี่บอกข้างต้นนั้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้ใช้เลยก็ว่าได้ครับ ใจจริงแล้ว วิทยศาสตร์ที่ค่อนข้างดีเลยสำหรับวิชาชีพของสายการออกแบบสำหรับพี่คือ “วิทย์กายภาพ” หรือเรียกว่าวิทย์ของสายศิลป์นั่นเองครับ

    เพราะมันเป็นวิทย์ที่เราเรียนเฉพาะคร่าวๆเพื่อให้รู้ถึงหลักการก็พอแล้ว เราอาจจะไม่ต้องลงลึกไปถึงการคำนวณแต่อย่างใด เพราะเอาเข้าจริงๆสำหรับวิชาชีพนั้น พี่ว่าไม่น่ามีนักออกแบบหรือสถาปนิกคนไหนสามารถมานั่งคำนวณแรงที่รับน้ำหนักได้อย่างแม่นยำ เราเองก็ต้องทำงานร่วมกับวิศวะโยธา ที่เขาเรียนสายคำนวณหลักการโครงสร้างมาโดยตรงเลย มันทำให้สิ่งที่เราเรียนอยู่นั้น มันเหมือนกับการเสียเวลาไปเปล่าๆ

    โอเคครับ อาจารย์หลายท่านอาจจะบอกว่า ยิ่งรู้เยอะยิ่งดีไม่ใช่เหรอ แต่พี่ว่าเวลาของแต่ละคนมันมีจำนวนจำกัดน่ะครับ เพราะคนเรานั้นไม่สามารถที่จะเก่งไปเสียทุกอย่างได้ เพราะเวลาในแต่ละวันของเรานั้นมีเท่ากันครีบ คือ 24 ชั่วโมง พี่เองไม่อยากให้เด็กไทยไปนั่งเสียเวลาไปกับการเรียนทุกอย่างแบบจัดเต็มขนาดนั้นน่ะครับ เพราะว่าเราเป็นนักออกแบบ

    ซึ่งสำหรับพี่แล้วนั้น นักออกแบบไม่ใช่คนที่มานั่งออกแบบความงามให้เกิดขึ้นเท่านั้น แต่นักออแบบที่ดีต้องเดินทางเยอะ เที่ยวเยอะตามสถานที่สำคัญต่างๆ เพื่อเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้คนที่เข้าใช้งานในแต่ละที่ คือ เรากำลังออกแบบชีวิตของลูกค้าที่เราจะออกแบบสถานที่เพื่อให้ผู้คนเข้าไปใช้งานกัน ดังนั้น ถ้าเกิดว่าเรามานั่งอยู่แต่ในบทเรียน แล้วเรียนวิชาการเพื่อให้แน่นจริงๆ มันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเห็นโลกอะไรเยอะเท่าคนที่เขาเอาเวลาไปใช้ศึกษาการออกแบบ การใช้ชีวิต

    ดังนั้น การเรียนอยู่สายวิทย์ อย่าลืมว่าเราจะต้องเรียนไม่ใช่แค่คณิตศาสตร์, ฟิสิกส์ และอังกฤษเท่านั้น แต่เรายังต้องเรียนอีก2 วิชาที่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย คือ เคมี กับ ชีวะ ซึ่งเท่าที่พี่เห็นนั้น 2 วิชานี้มักจะเป็นวิชาที่กดเอาเกรดเฉลี่ยของน้องหลายคนให้ต่ำลงมา

    พอเวลาเอาเกรดมาคำนวณแข่งกับชาวบ้านแล้ว เราอาจจะเสียเปรียบได้ แต่ก็นั่นล่ะครับ ความจริงโอกาสสำหรับสายวิทย์ก็เปิดกว้างมากกว่าอยู่ดีครับ เพราะว่าหลายภาควิชา เขาก็เน้นมาเลยว่าคนที่มีสิทธิการเข้าสมัครสอบนั้นจะต้องเป็นสายวิทย์เท่านั้น ต้องเป็นคนที่มีหน่วยกิจของวิชาฟิสิกส์ถึงตามที่ทางสถาบันกำหนด

    แต่ถ้าเกิดว่าน้องจะเข้าเรียน ภาควิชาผังเมือง อันนี้น่าจะสบายใจได้ครับ เพราะว่าไม่ได้มีการจำกัดสายการเรียนแต่อย่างใด ถ้าจะมีในช่วงเวลานี้ (2559) ก็น่าจะเป็นที่สถาปัตย์ เกษตร ภาควิชาภูมิสถาปัตยกรรม ที่ไม่ใช่ส่วนของการสอบตรงนะครับ แต่เป็นส่วนของการสอบแอดมิชชั่นน่ะครับ ส่วนที่เหลือนั้นสามารถสมัครสอบได้หมดครับ (กรณีที่น้องต้องการจะเข้าส่วนของแนวๆผังเมือง)

    ที่พี่พูดนี้ไม่ได้หมายความว่าน้องควรจะเลือกเรียนศิลป์คำนวณนะครับ ถ้าเกิดว่าเอาปลอดภัยที่สุดแล้วน้องสามารถเลือกเรียนได้ตอนนี้ พี่ก็ว่าสายวิทย์ยังเปิดกว้างที่สุดครับ

    ส่วนเรื่องที่น้องถามว่าระบบการสอบเข้ามหาลัยในปีหน้านั้น ระบบจะเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะครับ ในส่วนของโควต้าของแต่ละมหาลัยก็ยังคงมีการสอบอยู่เหมือนเดิม แต่คราวนี้ ส่วนของ GAT, PAT4 นั้น ที่ต้องใช้สอบเข้ามหาลัย อาจจะรวบเข้ามาสอบอยู่แค่ครั้งเดียวเท่านั้นไปน่ะครับ โดยที่อาจจะมีการเอา 9 วิชาสามัญ เข้ามาเป็นคะแนนประกอบการยื่น มันอาจจะลดเรื่องของจำนวนการวิ่งไปสอบแต่ละมหาลัยมากขึ้น แต่พี่ว่าเนื่องด้วยว่าเป็นคณะสถาปัตย์น่ะครับ ทางสถาบันก็อาจจะมีการจัดวิชาเฉพาะของตัวเองขึ้นมา

    อย่างน้อยก็เพื่อที่จะสามารถใช้มาตรฐานที่ทางสถาบันแต่ละที่ต้องการเพื่อคัดเด็กเข้าเรียนครับ หน้าที่ของน้องที่ต้องทำเลยคือ เลือกสายการเรียนที่เหมาะ และเดินหน้าแต่เตรียมตัวในการสอบเลยครับ ยิ่งวางแผนได้เร็วเริ่มต้นก่อนคนอื่นได้เท่าไหร่ ยิ่งได้เปรียบครับ ความกดดันยิ่งน้อยลง
page
of 67