การจะเดินทางไปให้ถึงจุดหมายปลายทางนั้น พี่เชื่อว่านอกจากการทุ่มเทอย่างหนักในการเรียนและการฝึกฝนแล้ว ความทรงจำระหว่างทางเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งไม่แพ้กัน และบ้านช้างน้อยหลังนี้ ก็อยากเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของน้องๆที่ไว้วางใจ เข้ามาเรียน ภาพเหล่านี้เป็นภาพกิจกรรมต่างๆ ทั้งที่เฮฮา สนุกสนาน ปนความเหนื่อยมาให้ดูกันตลอดทั้งปี เพราะเราเชื่อว่าการเรียนที่มีประสิทธิภาพ คือการเรียนที่สนุกและมีความสุข

ความเฮฮาที่อยู่คู่กับ A Le Paint 2017

Sketch Design and Character Design 2015

ผลงานน้องๆ Perspective 2015

บรรยากาศติวสถาปัตย์A Le Paint03

บรรยากาศติวสถาปัตย์A Le Paint02

บรรยากาศติวสถาปัตย์A Le Paint01

ติวสถาปัตย์-- A Le Paint

ติวสถาปัตย์--บรรยากาศห้องสถาปัตย์ 2014

ติวสถาปัตย์--ภาพช่วงเวลา Summer 2013

 
page
of 3

  • พี่ค่ะ เพิ่งมารู้ตัวเองว่าอยากเรียนตอน ม.6 ไม่มีพื้นฐานด้วยคะ แถมปีนี้มีการเปลี่ยนระบบใหม่ด้วย อยากจะถามว่ามีความเป็นไปได้มั้ยค่ะที่จะสามารถฝึกได้ภายใน 2-3 อาทิตย์ และสามารถนำไปสอบได้ค่ะ [โดย : นาฬิกา วันที่ : 27-06-2017 ]
  • ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีเลยน่ะครับ ไม่มีพื้นฐาน ฝึก 2-3 อาทิตย์จะสอบได้มั้ย ..... เหมือนถามว่าไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ อ่าน 2-3 อาทิตย์ จะสอบได้มั้ย... :)
  • ถ้าพี่ขี้เกียจอ่าน ผมเลื่อนไปด้านล่างได้เลยนะครับ ผมบอกปัญหาของผมไว้อยู่ ผมเป็นเด็กซิ่วครับพี่ เอาจริงๆตอนนี้ผมกำลังขึ้นปี2 ม.ปลายผมอยู่สายศิลป์คือเป็นศิลป์ทั่วไปเลย ตอนม.ปลายก็คิดว่าอยากเข้าสถาปัตย์นะ แต่คือผมเป็นคนวาดรูปไม่สวย แล้วก็ไม่ได้คิดจริงจังด้วย เลยคิดว่าตัวเองคงเรียนไม่ได้ แต่พอมาเข้ามหาลัยก็รู้สึกว่าตัวเองไม่อินกับการเรียนสักเท่าไหร่ ที่มาเรียนเพราะว่าลองยื่นพอร์ทแล้วมันติดบวกกับไม่ได้ไปสอบที่ไหนเลย พอติดก็เอาที่นี่ ตอนนั้นคิดง่ายมาก T^T พอเรียนมหาลัยมาเรื่อยๆก็รู้สึกว่าไม่โอเคกับที่เรียนอยู่ ผมก็เลยสมัครสอบ GAT,PAT1,2,3,4 พอถึงวันสอบก็ไปแบบงูๆปลาๆเตรียมตัวมาคืนเดียว เพราะว่าในมหาลัยมันก็มีงานด้วยเลยไม่ได้เตรียมตัว เอาง่ายๆคือผมจัดเวลาไม่เป็น พอไปสอบรู้สึกว่าชอบข้อสอบpat4(ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์) มาก เพราะว่ามันไม่ใช่การเรียนเพื่อมานั่งฝนอ่ะครับ พอคะแนนออกคือตกใจมากได้pat4 100/300 ถึงมันจะดูน้อยๆ แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมตัวอย่างผม ผมคิดว่ามันเยอะมากเลยนะ น่าจะได้คะแนนมาจากpart isometric เพราะperspectiveนี่อ่านโจทย์ไม่ทันด้วยซ้ำ ถึงทันก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เป็นเลย หลังจากประกาศผมก็คิดว่าถ้าเตรียมตัวมันก็น่าจะไหวอยู่ หลังจากนั้นผมก็เริ่มคลุกคลีกับงานสถาปัตย์ คลุกคลีกับperspective ไปดูคลิปสอนอะไรพวกนี้ แต่ก็ไม่ได้วาดตาม งานASA EXPO ผมก็ไปมา รู้สึกหัวใจเต้นแรงเวลาเห็นโมเดลครับ 55555 จนมาถึงตอนปิดเทอมมหาลัยนี่แหละ ผมก็เลยไปลงคอร์สติวสถาปัตย์ ตอนนี้ก็ลอกงานperspectiveได้แล้ว แต่พอไปทำโจทย์perspectiveจริงๆนี่นึกภาพไม่ออกเลยครับ เลยรู้สึกท้อมากจนหายท้อแล้วครับ 555555 เพราะผมคิดว่าคณะเป็นคณะที่ต้องใช้ทักษะที่ต้องฝึกฝน ถ้าเข้าไปเรียนโดยที่ไม่มีทักษะก็น่าจะเหมือนเข้าไปฆ่าตัวตาย ดังนั้นผมก็คงต้องพยายามมากกว่าคนอื่น คือตอนลอกงาน ตอนนั่งคิดโลโก้คือผมรู้สึกโอเคมากเลยนะ แต่ไม่รู้ไปเรียนจริงๆมันจะยังโอเคเหมือนตอนนี้รึป่าว อีกอย่างผมเพิ่งรู้ว่าสถาปัตย์ส่วนใหญ่เขารับวิทย์-คณิตกัน ก็มีกังวลนิดหน่อยเรื่องเขาจะไม่รับเราเพราะเรียนไม่ตรงสาย แต่เรื่องเลขเรื่องฟิสิกส์ผมไม่ห่วงนะ เพราะคณะที่เรียนตอนนี้ผมก็เจออยู่ สอบแคลคูลัส พวกดิฟ อินทิเกรตอะไรงี้นี่พอทำเป็นครับ ตอนนี้ก็ยื่นแอดมิดชั่นไปแล้ว รอประกาศเย็นนี้ จบแล้วนะครับ อาจจะยาวไปหน่อย

    สรุปปัญหาที่ผมอยากถาม
    1.ผมวาดคนตามแบบได้ แต่ให้นึกเองแล้ววาดนี่ไม่ได้เลยครับ นึกออกแค่ท่ายืนธรรมดา ถ้าอยู่ดีๆให้วาดคนหกล้มในมุม ant view อะไรแบบนี้นี่ไม่รอดแน่นอนครับ
    2.นึกมุมperspectiveไม่ออกเลย (ผมเพิ่งเคยลอกไปสองงานเองครับ)
    3.จากที่พี่อ่านมา พี่คิดว่าผมเรียนได้ไหม
    4.อยากให้พี่บอกเรื่องที่ผมคิดไม่ถึงกับการเรียนสถาปัตย์หน่อยครับ พวกวิชาที่เรียนอ่ะครับ
    ป.ล.ถามผมกลับได้นะครับ [โดย : เด็กซิ่ว วันที่ : 15-06-2017 ]

  • ตอบคำถาม


    พี่จะตอบเป็นข้อๆเลยละกันนะครับ

    ตอบข้อ 1 : ผมวาดคนตามแบบได้ แต่ให้นึกเองแล้ววาดนี่ไม่ได้เลยครับ นึกออกแค่ท่ายืนธรรมดา ถ้าอยู่ดีๆให้วาดคนหกล้มในมุม ant view อะไรแบบนี้นี่ไม่รอดแน่นอนครับ?


    การวาดคนนั้นสำหรับสายงายสถาปัตยกรรมแล้ว เราวาดเพื่อประกอบให้เป็นรูปเป็นร่างเพื่อเป็นองค์ประกอบให้กับสิ่งที่เราออกแบบเท่านั้น เพราะว่าจริงๆแล้ว งานที่เราจะโฟกัสเข้าไปมันเป็นตัวงานสถาปัตยยกรรมน่ะครับ

    น้องส่วนใหญ่ที่เรียนแล้วเขียนคนได้ดีนั้น มักจะมีพื้นฐานที่ตั้งแต่เด็กๆเป็นคนที่ชอบวาดการ์ตูนมาอยู่แล้ว มันเลยทำให้เหมือนกับว่าเขามีชั่วโมงบินมาค่อนข้างเยอะอยู่ การเขียนท่าทางต่างๆมันเลยอยู่ในหัวมาโดยตลอด แล้วก็อย่างที่ว่านั่นล่ะครับ เวลาที่เขียนภาพที่ต้องการมิติความรู้สึกมากขึ้น พอมีคนเข้าไปแล้วมันสวยมันก็ไปเพิ่มมูลค่าให้กับตัวงานที่เราออกแบบมากขึ้นเข้าไปอีก
    ทักษะด้านนี้เป็นทักษะที่ต้องอาศัยความชอบส่วนตัวล้วนๆเลยครับ จริงๆแล้วมันก็สามารถสอนกันได้ เพียงแต่ว่ามันใช้เวลาสอนที่ค่อนข้างนาน แล้วก็ไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรที่ตายตัวขนาดนั้น ก็เหมือนทั่วไปคือการเรียนพื่อเข้าใจสัดส่วนของร่างกายมนุษย์ว่าแต่ละส่วนนั้นพอประกอบเข้ารวมกันแล้วเป็นอย่างไร

    ซึ่งในแต่ละคนที่มีสัดส่วนที่ต่างกันนั้น ก็ย่อมมีการเขียนที่ต่างกัน เอาเป็นว่าตรงส่วนนี้นั้นเราอาจจะไม่ต้องไปเครียดกับมันมากนักครับ เน้นว่าสามารถสื่อสารเพื่อให้เข้าใจได้ก็พอ


    ตอบข้อ 2 : นึกมุม Perspective ไม่ออกเลย (ผมเพิ่งเคยลอกไปสองงานเองครับ)?


    การนึกมุมในการเขียน Perspective ไม่ออกนั้น แสดงว่าเรายังใช้เวลากับมันน้อยไปครับ การฝึกเขียนภาพต่างๆเหล่านี้นั้น มันเหมือนกับการที่เราฝึกเล่นดนตรีนั่นล่ะครับ มันต้องอาศัยระยะเวลาในการฝึกฝนและก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราใช้เวลาทุ่มเทจริงจังต่อวันกับมันมากแค่ไหน

    การฝึกในช่วงแรกๆของการเรียนพื้นฐานนั้น ส่วนใหญ่ก็ต้องมานั่งวาดตามภาพที่เป็นตัวอย่างก่อนครับ เพื่อให้อย่างน้อยก็พอที่จะนั่งเขียนดูว่า เวลาที่อาคารบ้านเรือนที่เราจะเขียนนั้น พอมันเปลี่ยนรูปร่างในแบบต่างๆจะต้องเขียนอย่างไรเพื่อให้มันถูกต้องตามหลักการของ Perspective

    เวลาที่เราฝึกวาดนั้น อย่างต่ำๆน้องอาจจะต้องวาดเกินกว่า 10 ภาพขึ้นไปน่ะครับมันถึงเริ่มที่จะจับทางพอได้ว่าลักษณะต่างๆนั้นมันต้องเขียนอย่างไร

    ซึ่งหลังจากนั้น พอเขียนซ้ำไปซ้ำมาเข้าจนสามารถจดจำอะไรบางอย่างได้แล้ว คราวนี้ก็เป็นส่วนที่ต้องพยายามหาภาพอาคารบ้านเรือนที่มันหลากหลายขึ้น ยัดเอาเข้ามาอยู่ในหัวเราให้ได้ ไม่อย่างนั้นเวลาที่เขียน Perspective ไปได้สักพักหนึ่ง มันจะเกิดอาการที่เขียนไปเรื่อยๆ รูปแบบของเรานั้นมันก็จะซ้ำแบบเดิมๆ ทำให้เขียนแล้วมันก็จะวนซ้ำอยู่ที่เดิม

    หลายคนที่เกิดอาการอย่างนี้มักจะเข้าใจไปว่าตัวเองนั้นขาดจินตนาการ เขียนเท่าไรก็ได้แค่นี้ ซึ่งจริงๆแล้ว ขั้นตอนต่อไปมันอยู่ที่การเขียนเก็บรายละเอียดของอาคารจริงๆในหลากหลายรูปแบบ โดยวิธีการฝึกฝนนั้น เราอาจจะเริ่มต้นด้วยการนั่งสังเกตบ้านเรือนที่เราผ่านมันทุกๆวัน เมื่อผ่านแล้วเราลองถามตัวเองว่าเราสามารถจดจำรายละเอียดของตัวอาคารเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน มากจนถึงขนาดที่เราสามารถเอามาวาดรูปได้เลยรึเปล่า ถ้าเกิดว่ายังไม่ได้ แสดงว่าเรายังไม่ได้จดจำมันมากพอ คราวนี้อาจจะลองถ่ายรูปลงมือถือ แล้วก็ลองพยายามจดจำของมันให้ได้

    หลังจากนั้นก็เอามาเขียนดู พอเราเริ่มวาด การวาดนั้นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก จำให้ตายเท่าไร มันก็ไม่เท่ากับการที่เราวาดมันออกมา แล้ววาดมันแบบซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น แล้วพอเราจำรายละเอียดต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น เราก็ลองเขยิบเข้าไปวาดสถาปัตยกรรมต่างๆที่หลากหลายรูปแบบดูบ้าง มันก็จะทำให้ประสบการณ์การวาดของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้น (อันนี้สำหรับน้องที่ต้องการฝึกฝนด้วยตัวเองนะครับ)

    การฝึกวาด Perspective นั้น การที่เราวาดเก่งไม่ได้หมายความว่าเราจะเป็นนักออกแบบที่ดี แต่นั่นหมายความว่าเรามีต้นขั้วของการออกแบบสะสมอยู่ในหัวของเรา สิ่งเหล่านี้นั้นยิ่งเรามีมากเท่าไรก็ยิ่งเป็นผลดี มันเหมือนกับว่าเวลาที่เราทำอาหารแล้วเรายิ่งมีเครื่องปรุง วัตถุดิบต่างๆที่เอามาทำอาหาร ยิ่งเยอะเท่าไร การคัดสรรให้ผลงานออกมาย่อมมีทางเลือกที่เยอะกว่าทั่วไปเป็นธรรมดา แต่นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาส่วนผสมต่างๆนั้นมาปรุงรสให้ถูกใจชาวประชามากแค่ไหน

    ดังนั้น Perspective ก็เป็นส่วนหนึ่งของคณะนี้เท่านั้นครับ ฝึกวาดไปเรื่อยๆเดี๋ยวมิติมันก็จะดันขึ้นมาสูงขึ้นเรื่อยๆเอง แต่ไม่ต้องไปเครียดถึงขนาดว่าถ้าเราไม่สามารถเขียน Perspective ได้ดีนั้น จะทำให้เราขาดคุณสมบัติของการเป็นสถาปนิกที่ดีแต่อย่างใดครับ

    ตอบข้อ 3 : จากที่พี่อ่านมา พี่คิดว่าผมเรียนได้ไหม?

    เรียนได้ครับ ไม่ต้องห่วง

    ตอบข้อ 4 : อยากให้พี่บอกเรื่องที่ผมคิดไม่ถึงกับการเรียนสถาปัตย์หน่อยครับ พวกวิชาที่เรียนอ่ะครับ?

    สิ่งที่ไม่คาดคิดพี่ว่าเกิดขึ้นเสมอนั่นล่ะครับ เวลาที่เราอ่านจากหัวข้อรายวิชานั้น มันเทียบไม่ได้กับที่เราเข้าไปเรียนเองจริงๆ โดยเฉพาะกับวิชาหลักๆของทางคณะอย่างเช่น วิชาพื้นฐานทางการออกแบบ หรือวิชาโครงสร้าง

    อันนี้พี่พูดถึงรายวิชาหลักก่อนเลยละกันครับ ซึ่งฟังจากชื่อแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรที่น่ากลัวเท่าไร เพราะว่าเราเข้าไปเรียนศาสตร์เกี่ยวกับการออกแบบ วิชาพื้นฐานทางการออกแบบก็ย่อมต้องเป็นวิชาที่เราอยากเรียนอยู่แล้ว แต่เชื่อไหมครับว่าวิชานี้เองก็เป็นตัวปัญหาอยู่พอสมควร ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะครับ พอมันเป็นเรื่องของการออกแบบแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ มาตรฐานเรื่องของคะแนนที่อาจารย์ให้ มันอาจจะมีเรื่องของความค้างคาใจเกิดขึ้นได้เสมอ หรือพูดตรงๆก็คือ “ความยุติธรรม”

    ความยุติธรรมคืออะไร ก็อย่างเช่น งานที่เราออกแบบนั้น เราทำทั้งคืน และมีความละเอียดมากกว่าเพื่อนร่วมชั้นของเราเยอะ แต่พอเมื่อเวลาที่ตรวจให้คะแนนแล้ว กลายเป็นว่าเพื่อนของเราได้คะแนนเยอะกว่าเราไปซะอย่างนั้น ทั้งๆที่เมื่อไปดูงานของเขาแล้ว เราเองก็คิดว่าของเราดีกว่าอยู่ดี

    สิ่งต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นตลอดเวลา เพราะว่าเมื่อเป็นเรื่องของการออกแบบแล้วนั้น มันไม่มีผิดมีถูกแต่อย่างใดครับ มันมีแต่ถูกใจหรือว่าไม่ถูกใจเท่านั้น และก็ไม่ได้หมายความว่างานใครดีกว่าใครขนาดนั้นด้วย สิ่งไม่คาดฝันที่น้องไม่คิดจะเจอสิ่งแรกจากรายวิชานี้จะเกิดขึ้นแน่นอนไม่ช้าก็เร็วครับ


    ส่วนเรื่องรายชื่อวิชาการที่น้องจะต้องเจอและไม่คาดคิด จริงๆมันไม่ได้เวอร์เกินกว่าที่มันควรจะเป็นแต่อย่างใดครับ เพราะเท่าที่พี่อ่านมา น้องเรียนเกี่ยวกับคณะที่มีการเรียนคำนวณมาอยู่บ้างแล้ว เท่าที่เหลือก็อาจจะเป็นพวกวิชาฟิสิกส์พื้นฐาน ซึ่งอันนี้ไม่ต้องห่วงเลย พี่ว่าสามารถผ่านมันไปได้อย่างไม่ยากเท่าไร อาศัยค่อยๆให้เพื่อนที่เขารู้ติวให้ก็ได้


    รวมไปจนถึง วิชาที่มีการคำนวณเกี่ยวกับโครงสร้างการรับแรงต่างๆ อันนี้ก็น่าจะเป็นเหมือนกันครับ คือเพื่อนๆที่เขาเรียนมาอยู่สายวิทย์เก่งๆ เดี๋ยวเขาก็จะจับกลุ่มช่วยกันติวเพื่อให้สามารถพอทำวิชานี้และผ่านมันไปได้ครับ สมัยที่พี่เรียนนั้น เพื่อนๆหลายคนก็จบมาจากสายศิลป์ทั้งนั้น ก็สามารถเรียนเนื้อหาเหล่านี้ได้รอดครับ

    เนื่องจากเนื้อหาที่เราเรียนนั้น มันเป็นเนื้อหาที่มีความเฉพาะเจาะจง และการสอบแต่ละครั้งนั้น มันมีจุดประสงค์ที่จะออกข้อสอบในแต่ละเรื่องอย่างชัดเจนครับ มันไม่ได้หว่านกว้างเหมือนกับข้อสอบมัธยมปลายที่อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

    อันนี้มันเหมือนกับว่าเราเข้าไปสอบแล้วเรารู้เลยว่าข้อสอบต้องการให้เรารู้เรื่องอะไร การติวเลยมีเนื้อหาที่ตรงตัวครับ อาจจะใช้ความพยายามหน่อยเดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้ ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญมากมายสำหรับคณะนี้ และอาจารย์ที่เขาออกข้อสอบ เขาก็ไม่ได้ออกข้อสอบมายากจนเกินกว่าเด็กที่เรียนออกแบบอย่างเราๆจะทำไม่ได้ครับ เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาสอนนั้น มันเป็นเพียงแค่ตัวประกอบของสายวิชาชีพของเราเท่านั้น เลยไม่จำเป็นจะต้องเอาเป็นเอาตายเหมือนกับวิศวะอย่างนั้น

    เรื่องของวิชาการในชั้นปีที่ใกล้จบนั้น ก็ยังคงอยู่ทุกเทอมและมีไปเรื่อยๆครับ แต่พอปีสูงๆใกล้จะจบนั้น ส่วนของวิชาการจะเริ่มเปลี่ยนเป็นการบูรณาการมากขึ้น โดยอาจจะเอาวิชาเศรษฐศาสต์เข้ามาเพื่อให้เราเรียนรู้ด้วย เพราะว่าศาสตร์ที่เราต้องเรียนจบออกไปทำงานนั้น มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเข้าไปข้องเกียวกับวิถีชีวิตมนุษย์และระบบเศรษฐกิจครับ

    แต่แง่ดีของมันก็มีเยอะนะครับ เพราะว่าวิชาที่เราเรียนนั้น เมื่อเรียนจบแล้วเราสามารถต้อยอดไปเรียนต่อปริญญโท ในหลายๆคณะได้ เนื่องจากพื้นฐานที่เรามีอยู่นั้น การต่อติดกับส่วนของบริหารธุรกิจในสาขาวิชาต่างๆนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ยากครับ



  • พี่คะหนูควรเก็บคณิตกะฟิสิกส์เรื่องอะไรบ้างคะ [โดย : ปิ้ว วันที่ : 07-06-2017 ]
  • คณิตควเก็บทุกเรื่องครับ เพราะว่าการออกนั้น มันก็เน้นเฉลี่ยไปทุกเรื่องครับ ส่วนฟิสิกส์นั้น ถ้าเกิดว่าเป็นสมัยก่อน พี่อาจจะให้เน้นไปที่ กลศาสตร์ครั้บ แต่ว่าเนื่องจากฝังการสอบในปัจจุบัน เขาเอา ฟิสิก์ใน 9 วิชาสามัญครับ มันเลยอาจจะต้องเน้นไปที่ เฉลี่ยๆ หลายๆบทคละๆกันไปน่ะครับ
  • อยู่ม.5 แล้ว เรียนสายศิลไม่มีพ้นฐานเลยด้วย มีโอกาสที่จะเรียนสถาปัตยได้ไหมครั ต้องเรียนไรเพิ่มรึเปล่าคับ ขอบคุณครับ [โดย : ธนายุ วันที่ : 05-06-2017 ]
  • มีโอกาสครับ ไม่มีพื้นฐานเลย ยังพอมีเวลาที่จะลุยกันได้ครับ ส่วนที่ต้องหาเรียนเพิ่มเติม อาจจะเป็นเรื่องของฟิสิกส์ หน่อยน่ะครับ
  • อยู่ ม.6 ค่ะตอนนี้มาแลกเปลี่ยนต่างประเทศชอบวาดรูปมานาน แต่พึ่งมารู้ตัวว่าสนใจสถาปัตย์ อยากเข้าสาขาออกแบบภายในจุฬา ไม่มีพื้นด้านความสถาปัตย์เลยค่ะ จะถึงไทยต้นกรกฎา จะทันไหมคะ? หรือหนูจะเข้าคณะอื่นก่อนแล้วซิ่วมาดี? [โดย : พัทธนันท์ ปัญจนันท วันที่ : 03-06-2017 ]
  • ทันครับ ทันแน่นอน ถ้าเกิดว่าถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ เดือนกรกฎาคม สามาร๔โทรเข้ามาที่เบอร์สถาบนัน 086-019-9989 ได้เลยนะครับ พี่ๆที่นี่เตรียมพร้อม Stand by เตรียมลุยเลยครับ
  • หลานสาวกำลังจะขึ้นมอ 4 ครับ อยากเรียนต่อสถาปัด ถ้าติวตอนนี้จะเร็วไปไหม หรือสามารถที่จะติวได้เลย และตอนนี้ทางสถาบันมีเปิดสอนไหม เต็มหรือยังครับ [โดย : นนทวัฒน์ ลพอุทัย วันที่ : 27-05-2017 ]
  • เรียนได้เลยไม่ได้เร็วไปครับ
    ศาสตร์ด้านนนี้ ยิ่งเริ่มเร็ว งานยิ่งง่ายครับ

    ส่วน Course ที่กำลังจะเปิด ดังนี้ครับ

    ติวความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์- พฤษภาคม 2560.
    ทั้งการสอบตรง,โควต้าและ PAT4
    เริ่มต้นเรียนทุกวันเสาร์และอาทิตย์
    เริ่มต้น 28 พฤษภาคม 2560. นี้

    โดยที่ตารางเรียนคอร์สพื้นฐาน
    ราคาคอร์สละ 3600 บาท ต่อการเรียน 36 ชั่วโมง
    (เรียนทุกๆวันอาทิตย์)
    ตาราง Basic Course ของ Course เดือนพฤษภาคม 2560.
    ครั้งที่1 วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่2 วันอาทิตย์ที่ 04 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่3 วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่4 วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่5 วันอาทิตย์ที่ 25 มิถุนายน 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่6 วันอาทิตย์ที่ 02 กรกฎาคม 2560. 10.00-17.00


    ซึ่งพอเรียนจบคอร์สดังกล่าวแล้ว น้องๆสามารถเลือกเรียน
    คอร์ส Advance ได้ต่อเนื่องเลยทันที ในวันและเวลาเดียวกัน
    โดยที่ราคาค่าเรียนเท่ากันคือ 3600 บาทต่อการเรียน 36ชั่วโมงครับ
    โดยชำระพร้อมกันทั้งห้อง
    ถ้าเกิดว่าขาดเรียนครั้งไหน สามารถหาวันลงชดเชยได้เพื่อตามเนื้อหาเพื่อนๆได้ทัน

    ทางเราจะรับจองเฉพาะน้องที่ชำระเงิน 3600 บาทแรกเท่านั้นครับ
    เพื่อเป็นการยืนยันว่า อยากเรียนจริงๆ เพราะที่นั่งเรามีจำกัด
    ส่วนวิธีการชำระเงิน
    มี 2 ทางครับ คือเดินมาชำระเงินสดที่สถาบันได้เลย หรือ
    โดยการโอนบัญชีทางธนาคาร
    บัญชีใดก็ได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาสำนักพหลโยธิน
    บัญชีออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี : นายเอกรัตน์ วรินทรา และ นาย นันทวัชร์ ชัยมโนนาถ
    เลขที่บัญชี : 799-2-72551-2

    โดยกรณีที่ชำระเงินทางธนาคาร รบกวนถ่ายรูปใบเสร็จ
    หรือแคปหน้าจอ หลักฐานการโอนเงินเข้ามาที่ Line id: alepaint
    จากนั้นพิมพ์ ชื่อ นามสกุล พร้อมกับเบอร์โทรประกอบการจอง
    เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

    อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนที่นี่ใช้แค่ ดินสอ2B พร้อมกระดาษA4 ประมาณ20แผ่นครับ
    ส่วนเรื่องของสี หรือว่าอุปกรณ์ในการเรียนต่างๆที่มากกว่านั้น
    อันนี้เดี๋ยวเรียนๆไปแล้วพี่จะแนะนำให้ค่อยๆซื้อเป็นรายๆไปนะครับ
    เพราะจะได้ซื้อที่ตรงกับที่จะเรียนจริงๆครับ

    ขอบคุณครับ

    A Le Paint :)
  • พี่คะ ตอนนี้หนูกำลังขึ้นชั้นม.4 และพึ่งรู้ตัวว่ามีความชอบความถนัดด้านศิลปะ หนูอยากเรียนสถาปัตย์ แต่ไม่ค่อยเก่งพวกวิชาคณิต ฟิสิกส์ หนูควรเตรียมตัวยังไงบ้างคะ [โดย : อิศราภรณ์ เทเวศ วันที่ : 09-04-2017 ]
  • ไม่ต้องซีเรียสไปครับ เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้วคนที่เข้าคณะนี้ก็ไม่ได้เก่งวิชาการพวกนี้มากมายหรอกครับ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องเรียนเพื่อให้มันรู้บ้างน่ะครับ แต่ถ้าเกิดว่าเก่งได้ก็จะยิ่งดีน่ะครับ ยิ่งเก่งคะแนนก็ยิ่งเยอะ มันก็เลยมีผลกับการสอบน่ะครับ เพียงแต่ว่าเราอาจจะไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เอาเท่าที่ได้ครับ ไ่ต้องกลัว
  • คณะสถาปัตยกรรม ต้องใช้วิชาอะไรไปสอบบ้างค่ะ [โดย : Yossda วันที่ : 18-03-2017 ]
  • หลักๆเลยก็จะเป็น เลข, ฟิสิกส์ และอังกฤษครับ ถ้าเป็นส่วนวิชาการนะครับ ที่เหลือก็เป็นวิชาความถนัดทางสถาปัตย์ครับ
  • พี่คะ ตอนนี้หนูเรียนอยู่ม.1จะขึ้นม.2 หนูอยากลงเรียนคอร์สติวสถาปัตย์เพราะหนูชอบทางด้านนี้มากแต่ไม่รู้ว่ามันจะเร็วไปรึป่าวที่จะเรียน เพราะหนูไม่มั่นใจว่าถ้าเรียนแล้วจะไปรอดป่าว [โดย : ณิชาภา วันที่ : 24-02-2017 ]
  • ไม่มีคำว่าเร็วไป หรือว่าช้าไปหรอกครับ ถ้าเกิดว่าคิดว่าใช่แล้วลุยได้เลยครับ ตอนนี้ที่ A Le Paint มีน้องๆ ม2 มาเริ่มเรียนอยู่หลายคนแล้วครับ ยิ่งรู้ตัวเร็วยิ่งเก่งขึ้นครับ ลุยได้เลยครับ เจอกัน 11 มีนาคม นี้ได้เลยครับ :)
  • พี่ค่ะคือหนูเรียนม.5จะขึ้นม.เทอมหน้าแล้วอ่ะค่ะ อยากจะสอบถามว่าถ้าไปเรียนจะทันมั้ยค้า แล้วคือหนูไม่มีพื้นฐานเลย [โดย : สกุลกาญจน์ มณีแจ่มใส วันที่ : 23-02-2017 ]
  • ทันครับ เพราะ Summer Course ที่ๆนี่กำลังจเปิดนั้น พี่เน้นสอนตั้งวแต่พื้นฐานครับ ม5 ลุยได้เลยครับ

    ติวความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ Summer 2017.
    ทั้งการสอบตรง,โควต้าและ PAT4
    เริ่มต้นเรียนทุกวันเสาร์และอาทิตย์
    เริ่มต้น 11 มีนาคม 2560. นี้

    โดยที่ตารางเรียนคอร์สพื้นฐาน
    ราคาคอร์สละ 3600 บาท ต่อการเรียน 36 ชั่วโมง
    ตาราง Basic Course ของ Course เดือนมีนาคม 2560.
    ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 5 วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560. 10.00-17.00
    ครั้งที่ 6 วันอาทิตย์ที่ 26 มีนาคม 2560. 10.00-17.00


    ซึ่งพอเรียนจบคอร์สดังกล่าวแล้ว น้องๆสามารถเลือกเรียน
    คอร์ส Advance ได้ต่อเนื่องเลยทันที ในวันและเวลาเดียวกัน
    โดยที่ราคาค่าเรียนเท่ากันคือ 3600 บาทต่อการเรียน 36ชั่วโมงครับ

    ทางเราจะรับจองเฉพาะน้องที่ชำระเงิน 3600 บาทแรกเท่านั้นครับ
    เพื่อเป็นการยืนยันว่า อยากเรียนจริงๆ เพราะที่นั่งเรามีจำกัด
    ส่วนวิธีการชำระเงิน
    มี 2 ทางครับ คือเดินมาชำระเงินสดที่สถาบันได้เลย หรือ
    โดยการโอนบัญชีทางธนาคาร
    บัญชีใดก็ได้ตามรายละเอียดด้านล่างนี้ครับ

    ธนาคารกสิกรไทย
    สาขาสำนักพหลโยธิน
    บัญชีออมทรัพย์
    ชื่อบัญชี : นายเอกรัตน์ วรินทรา และ นาย นันทวัชร์ ชัยมโนนาถ
    เลขที่บัญชี : 799-2-72551-2

    โดยกรณีที่ชำระเงินทางธนาคาร รบกวนถ่ายรูปใบเสร็จ
    หรือแคปหน้าจอ หลักฐานการโอนเงินเข้ามาที่ Line id: alepaint
    จากนั้นพิมพ์ ชื่อ นามสกุล พร้อมกับเบอร์โทรประกอบการจอง
    เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ

    อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการเรียนที่นี่ใช้แค่ ดินสอ2B พร้อมกระดาษA4 ประมาณ20แผ่นครับ ส่วนเรื่องของสี หรือว่าอุปกรณ์ในการเรียนต่างๆที่มากกว่านั้น อันนี้เดี๋ยวเรียนๆไปแล้วพี่จะแนะนำให้ค่อยๆซื้อเป็นรายๆไปนะครับ เพราะจะได้ซื้อที่ตรงกับที่จะเรียนจริงๆครับ

    A Le Paint :)

page
of 67