ตุ๊กแกรักแป้งมาก

 

ตุ๊กแกรักแป้งมาก 

หนังวัยรุ่นน่ารัก ของปีที่ “เพื่อนต้องชวนเพื่อนดู”


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก01.jpg}

 

ช่วงปีนี้ หลังจากที่พี่มากสร้างปรากฎการณ์เอาไว้แบบชนิดที่เรียกว่า ตัวเลขเดินหน้าเกินกว่าที่เราคาดคิด หลังจากนั้นถ้าไม่นับหนังแห่งสยามประเทศ(พระนเรศวร ภาค5) วงการหนังไทยก็ค่อนข้างเงียบเหงาพอสมควร จริงๆแล้วก็แอบเห็นใจอยู่เหมือนกัน เนื่องจากเป็นช่วงที่หนังต่างประเทศแต่ละเรื่องเข้ามาเรียงแถวเก็บสัดส่วนของโรงหนังไปซะเกือบหมด 

 

ทำให้พื้นที่ของหนังไทยลดลงเหลือ การฉายเพียงแค่โรงเดียว หรือบางเรื่องจำกัดรอบเสียด้วยซ้ำ ซึ่งอันนี้จะว่าๆต้องน้อยใจรึเปล่า ก็คงต้องบอกว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการตลาดน่ะครับ ถ้าเกิดว่าเรื่องไหน ไม่เป็นกระแสหลัก อันนี้ก็ต้องยอมรับว่า ความจำเป็นในการใส่โรงฉายก็น้อยเป็นเงาตามตัว 

{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก02.jpg} 

 

แต่ถ้าเรื่องไหนที่เป็นหนังที่ดี แม้ว่าจะไม่เป็นกระแสหลัก แต่ก็่สามารถฝ่าฟันทำรายได้และคงยืนยาวอยู่ได้ ตัวอย่างของหนังเรื่องนั้นในปีนี้ก็เห็นจะได้แก่ “Begin Again” ซึ่งเป็นหนังกระแสรองที่วิ่งมาเป็นกระแสหลักเพราะปากต่อปาก เชื่อมั้ยว่า ตอนนี้เวลาผ่านมาเป็นเดือนแล้ว เรื่องนี้ยังคงฉายอยู่ในโรงหนังอยู่เลย ทั้งๆที่หนังกระแสหลักที่เข้าพร้อมกันถูกเด้งไปแล้ว 

 

{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก04.jpg}

 

สาเหตุที่ร่ายมาซะยาวเลย เนื่องจากมีความรู้สึกว่า “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” ดูแล้วรู้สึกเหมือน “Begin Again”เลย 

 

ที่บอกว่าเหมือนไม่ใช่ว่าเนื้อเรื่องเหมือนหรือว่าทำหนังเพลงอะไรยังงั้น แต่ว่า เป็นหนังที่มี Poster หรือว่า Trailer ที่ดูธรรมดา หรืออาจจะเป็นเพราะชื่อหนังที่เรียกได้ว่า “กล้ามาก” ที่เอาตุ๊กแกขึ้นเป็นชื่อหลัก เพราะแค่การที่จะค้นหาทาง Internet ก็ดูน่ากลัวสำหรับคนส่วนใหญ่ที่กลัวตุ๊กแกอยู่แล้ว 

 

ประมาณว่า อย่างน้อย การค้นหาทาง Internet โดยพิมพ์คำว่า ตุ๊กแก มันจะต้องเจอภาพตุ๊กแกที่ไม่พึงประสงค์ออกมาแน่นอน ซึ่งถ้าเกิดว่าอยากค้นหาแล้วเจอเรื่องนี้จริงๆ อาจจะต้องพิมพ์แบบเต็มๆเลย คือ “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” 


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก03.jpg}

แต่สิ่งที่เหมือนคือ เป็นหนังที่ต้องลุ้นในเรื่องของการทำรายได้ ต้องพึ่งการใช้กระแสปากต่อปาก เพื่อชวนกันไปดู เรียกได้ว่าการ Promote ทางสื่อต่างๆดูแล้วอาจจะไม่ช่วยเท่าไหร่ แต่ถ้าเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จ ให้รู้ไว้เลยว่า 

 

“เพื่อนชวนเพื่อนดู” 

 

 

 

ความเป็นเอกลักษณ์ของหนังที่ “ยุทธเลิศ สิปปภาค” ทำคือ ทุกเรื่องมันจะมีความตรง ใช้คำที่ไม่เสแสร้ง สื่อแล้วเป็นตัวของตัวเองมาก โดยทุกเรื่องจะมีกลิ่นไอของความเป็นศิลปากรอยู่เยอะ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่หลายคนชอบเพราะมันสวยงามอยู่เหมือนกัน มุกที่ใช้ในหนังของยุทธเลิศ ไม่ใช่มุกไก่กา ขายกันทั่วไป แต่เป็นมุกที่ฟังเดี๋ยวนั้น แล้วขำเดี๋ยวนั้นเลย ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์อย่างมาก  เป็นตลกแท้ๆที่ไม่ต้องมานั่งใส่คำผวนไปมาให้วุ่นวาย

 

 

หนังเรื่องแรกที่ทำให้เรารู้จักกับตัวตนของยุทธเลิศ  นั้นไม่ใช่เรื่อง “มือปืนโลกพระจัน” แต่เป็นเรื่อง “รักออกแบบไม่ได้” หรือ O-Negative แต่เรื่องนั้น ยุทธเลิศ ไม่ใช่คนกำกับ แต่เป็นเพียงคนเขียนบทเริ่มต้น ซึ่งทางบริษัทผู้สร้างไม่ยอมให้เค้าทำเอง เนื่องจากอาจจะยังมีความรู้สึกว่า ยังเก๋าไม่พอ อันนี้ก็ว่ากันไป 


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก06.jpg}

 

แต่โดยเส้นเรื่องแล้ว O-Negative เป็นหนังที่ดูในโรงแล้วธรรมดา ชอบพอประมาณ แต่พอกลับเข้าไปที่บ้าน เดินไปเดินมา ทั้งเพลงและเรื่องมันวนเวียนอยู่ในหัว ซึ่งหนังประเภทนี้เราพบไม่บ่อยนัก แต่อยากให้มีเยอะๆ 

 

 

 

นานแล้ว ที่พยายามหาเรื่องที่สามารถทำได้ รอแล้วรออีก ในที่สุด คือมาเจอในเรื่อง “ตุ๊กแกรักแป้งมาก” ซะที หนังที่ยุทธเลิศ สามารถสร้างให้มันวนเวียนอยู่ในความรู้สึกได้ 

 

 

ยุทธเลิศ เป็นคนเขียนบทที่ไม่ได้มี Concept นำหน้า ดูหนังเค้าแล้วจะรู้สึกว่า เค้าเอาความรู้สึกเดี๋ยวนั้นเลยเขียนมันออกมา พยายามเล่า ถ่ายทอดให้ดีที่สุด อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ถ้าเมื่อไหร่เค้าเอาประสบการณ์ความเป็นตัวเองที่ผ่านมาเข้าไปเขียนแกมหยอกกับหนังเข้าไปด้วยแล้ว ไม่รู้เป็นอะไร หนังเรื่องนั้นจะมีกลิ่นไอที่มีเสน่ห์อยู่ด้วยทุกที 

 

 

หนังเล่าถึง “ตุ๊กแก” เด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งในยุคสมัยของการทำทรงผม ที่วัยรุ่นต่างเชิดชู “หนุ่ย อำพล ลำพูน” จากเรื่อง “น้ำพุ” 

 

{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก05.jpg}

ตุ๊กแก จริงๆแล้ว เป็นเด็กที่ชอบวาดรูปตามประสา ถ้าเกิดว่าย้อนไปสมัยนั้นแล้ว (วัยรุ่นสมัยนี้อาจจะไม่เข้าใจ) การเขียนรูปภาพหน้าโรงหนังนั้น เป็นอาชีพที่เด็กวาดรูปทุกคนอยากทำ มันเหมือนเป็นการเขียนภาพที่ท้าทายและได้โชว์ฝีมือให้กับคนทั่วไป จริงๆแล้วมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่งเลย ซึ่งเด็กสมัยนี้อาจจะไม่เข้าใจเท่าไหร่ ในยุคที่ Photoshop ได้ครองโลกไปแล้ว 

 

 

จริงๆแล้วก็เป็นเด็กคนหนึ่งนั่นล่ะ ที่วาดรูปไปเรื่อย แต่คราวนี้ดันไปแอบรักกับเด็กข้างบ้านคนหนึ่ง ชื่อ “แป้ง” ซึ่งแป้งมีความฝันที่อยากเป็นดาราตามประสาเด็กหญิงทั่วไป แต่เจ้าตุ๊กแกดันไปใจใหญ่ บอกว่า จะเขียนรูปของแป้งให้ใหญ่ที่สุดอยู่หน้าโรงหนังเลย ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ มีทางเดียวเท่านั้นเลย คือ ต้องเป็นผู้กำกับเอง จากนั้นมา ความฝันก็ใหญ่ขึ้นทันที 


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก09.jpg}

 

ตุ๊กแกพยายามหาคำตอบในการทำงานโดยอยากที่จะเป็นผู้กำกับ เขียนบทหนังทั้งหลาย ซึ่งสุดท้ายก็มารู้ตัวเองว่า จริงๆแล้ว แรงบันดาลใจโดยแท้จริงนั้น ทำเพื่อใคร ทุกอย่างจึงถูกย้อนกลับมาทบทวนถึงจุดเริ่มต้น และเริ่มทำความฝันอีกครั้ง

 

 

 

ตัวหนังดำเนินเรื่องได้ตามแนวความคิดที่วางไว้เลย คือ “น่ารัก” ตอบทุกอย่างอย่างจริงใจไปเรื่อยๆ ดูแล้วเหมือนยุทธเลิศ กำลังค่อยๆเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา ค่อยเป็นค่อยไป 


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก08.jpg}

 

โดยการค่อยๆปูเรื่องราว เอาตัวเพลงและของเล่นต่างๆเพื่อทำให้คนดูค่อยๆย้อนไปในความทรงจำพร้อมๆกัน ถ้าเกิดว่าคนที่อยากดูหนังเรื่องนี้แล้วต้องการที่จะให้มีจุดพีคที่เรียกได้ว่าซึ้งแบบเต็มที่ แบบประมาณว่ากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ รับรองว่าดูเรื่องนี้แล้วต้องผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะนั่นไม่ใช่ Style ของหนังที่เรียกตัวเองว่า “น่ารัก” 

 

หนังน่ารัก ในความรู้สึกคือ หนังที่ดูแล้วมีจุดเรียกน้ำตาอยู่เรื่อยๆ ปนกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่ไม่ต้องมานั่งรอให้ถึงตอนท้ายของหนัง 


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก07.jpg}

ความน่ารักของหนังคือ “จังหวะ” ที่สลับไปสลับมา ยังไม่ทันปาดน้ำตาเลย ต้องหัวเราะซะแล้ว 

 

 

จริงๆแล้ว ความน่ารักของหนังเรื่องนี้ที่มีเสน่ห์อย่างมากคือ การขมวดปมต่างๆของเรื่องทั้งหมด แล้วคลายตัวออกมาแบบใสๆ ดูแล้ว ไม่รู้สึกเลยว่าเรื่องมีตัวร้ายหรือคนที่ทำให้ขัดต่อความรู้สึก ดูแล้วทำให้ย้อนเวลาเหมือนกลับไปดูหนังรักแบบใสๆ วัยระเริง 

{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก10.jpg}

 

ก่อนไปดูเรื่องนี้ สิ่งที่อยากให้บอกตัวเองเลยคือ “อย่าคาดหวังว่ามันจะดี” 

 

ให้ไปดู เพราะอยากไปดูหนังที่มีความรู้สึก หนังที่ทำให้เรานึกถึงสิ่งดีๆของชีวิตได้ 

หนังที่ดูแล้วออกมากินข้าว แล้วความรู้สึกดีๆวนเวียนอยู่ในหัว 

พูดเหมือนหนังอย่างนี้ทำง่าย ซึ่งจริงๆ ยากนะ 

 

ถ้า “แฟนฉัน” คือ Masterpiece ของทางฝั่ง GTH 

นี่ก็น่าจะเป็น Masterpiece ของ ยุทธเลิศ สิปปภาค

 

 

 

ชอบครับ ทำออกมาอีกเยอะๆ  


{#ติวสถาปัตย์-ตุ๊กแกรักแป้งมาก11.jpg}

เรียบเรียงโดย A Le Paint :)