ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก


{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์1.jpg}
โครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในกรุงเทพฯ และปริมณฑลหลายเส้นทาง จะทำให้ภาพของตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในอีก 5 ปีข้างหน้า จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะหลายพื้นที่ในปริมณฑลจะเติบโตรับกับการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ปีนี้จะเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการในแวดวงอสังหาริมทรัพย์กับเรื่องผังเมือง เพื่อผลักดันให้เกิดการวางกรอบที่สอดรับกับการเกิดของรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่
 
"5 ปีข้างหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า 15 ปีที่ผ่านมา" สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าว
 
{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์7.jpg}
 
ทั้งนี้ เป็นเพราะในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา มีรถไฟฟ้าเกิดใหม่เพียง 3 เส้นทาง คือ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน เอ็มอาร์ที และรถไฟแอร์พอร์ตลิงค์ มีสถานีรวมๆ ประมาณ 60 สถานี แต่ในอีก 5 ปีนับจากนี้ จะมีสถานีใหม่เกิดขึ้นอีกกว่า 200 สถานี ซึ่งจะทำให้เกิดหน้าดินใหม่ๆ ทำเลที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ยังไม่นับรวมจุดเปลี่ยนทำเลสถานีอินเตอร์เชนจ์ หรือสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนขบวนรถไฟในอนาคตที่จะมีมากกว่า 20 สถานี จากปัจจุบันมีเพียง 4 สถานีเท่านั้น
 
{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์2.jpg}
 
หากวิเคราะห์จากสถานการณ์ปัจจุบัน จุดเชื่อมต่อสถานีเหล่านี้กลายเป็นฮับสำคัญของแต่ละพื้นที่ และมีการเติบโตทั้งในเชิงพาณิชย์ และความต้องการที่อยู่อาศัยที่สูงมาก ซึ่งคาดว่าสถานีอินเตอร์เชนจ์ในอนาคตก็จะมีภาพที่คล้ายกัน โดยภาพของกรุงเทพฯ และปริมณฑลในอนาคตหลังจากที่รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเปิดให้บริการแล้วจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยในแต่ละปีความต้องการที่อยู่อาศัย ประเมินจากการซื้อขายจริงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ  1.1-1.2 แสนหน่วย/ปี กระจายในทุกพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมืองชั้นในและชั้นนอก ซึ่งในอนาคตความต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ในแต่ละปีจะยังใกล้เคียงเดิม แต่การเติบโตในอนาคตจะขยับไปกระจุกตัวบริเวณรอบนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก
 
{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์3.jpg}
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในที่เป็นศูนย์กลางธุรกิจในปัจจุบันจากที่ถูกจัดชั้นว่าเป็นระดับไฮเอนด์แล้ว อนาคตจะถูกยกระดับเป็นศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน และที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมมากขึ้น
 
และการเติบโตในพื้นที่ชั้นในจะไม่ได้สูงมาก เพราะที่ดินพร้อมพัฒนาหายากขึ้น ส่วนพื้นที่รอบนอก ที่ยังมีที่ดินพร้อมพัฒนา และใกล้รถไฟฟ้า ส่วนต่อขยาย ก็จะเป็นโซนที่ขยายตัว โดยภาพ ที่คาดการณ์ไว้ยังไม่รวมปัจจัยส่งเสริมอื่นๆ  เช่น การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่อาจทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ  และปริมณฑลไม่ได้มีความต้องการจากคนในประเทศเท่านั้น แต่ยังมีความต้องการที่หลั่งไหล มาจากต่างชาติด้วย

{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์4.jpg}
สัมมา กล่าวอีกว่า ในส่วนของศูนย์ข้อมูลฯ เองก็ต้องขยายฐานการสำรวจข้อมูลให้กว้างขึ้น โดยนอกจากหลายจังหวัดที่มีศักยภาพในประเทศไทยแล้ว ยังอาจต้องขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ในประเทศแถบอาเซียนด้วย โดยล่าสุดเวิลด์แบงก์ได้นำโมเดลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยเสนอประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซึ่งเชื่อว่าอนาคตจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนกันมากขึ้น เพราะนักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยที่สนใจเข้าไปลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในแถบเพื่อนบ้าน
 
{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์8.jpg}
ด้านภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ  และปริมณฑลในช่วง 1 เดือนแรกที่ผ่านมา ยังซึมๆ โดยคาดว่าเป็นเพราะไตรมาส 4 ปี ที่ผ่านมา ไม่ได้มีแรงส่งที่แข็งแรงมากพอจะ กระตุ้นให้ตลาดช่วงต้นปีได้ แต่เชื่อว่างานมหกรรมบ้านและคอนโด ซึ่งเป็นงานแฟร์ที่อยู่อาศัยของ 3 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ จะผลักดันให้ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยทั้งไตรมาสแรกของปีนี้กลับมาคึกคักมากขึ้น ส่วนตลาดต่างจังหวัดในปีนี้จะยังไม่ฟื้นตัวมาก และผู้ประกอบการต้องเร่งระบายซัพพลายเดิมที่มีอยู่ให้ลดลง ก่อนที่จะส่งซัพพลายใหม่ลงสู่ตลาดอีกครั้ง

Quote of the Day

{#ส่องอนาคตอสังหาฯ อีก5ปีรถไฟฟ้าพลิกโลก ติวสถาปัตย์.jpg}

Reference :
Post Today